แชร์ไปให้โลกรู้

เที่ยวเวนิส มิติใหม่ ในวันที่ น้ำท่วมหนักสุด 50 ปี

ทริป เที่ยวเวนิส นี้มี ธีมเป็น Advanture เพราะว่าเราต้องไปเจอกับเหตุการณ์ น้ำท่วมหนักในรอบ 50 ปีเลยทีเดียว

ผมจัดเป็น one day trip เพราะ พักอยู่ที่มิลาน แล้วนั่งรถไฟ ไปใช้เวลาประมาณ 2 ชมครึ่ง เดินทางรอบเช้า และกลับช่วงหกโมงเย็น จะทำให้เรามีเวลาเที่ยว 7 ชม เลยทีเดียว

ที่ต้องจัดเป็น one day ทริป เพราะผมไปช่วงเดือนตุลาคม หาข้อมูลเบื้องต้น พบว่าช่วงเดือนนี้เป็นเดือนที่ น้ำทะเลหนุนสูงกว่าปกติ และเป็นเดือนที่มีโอกาสน้ำท่วม ซึ่งความจริงแล้วน้ำจะท่วมเวนิส ทุกปีอยู่แล้ว น้ำขึ้นน้ำลงเป็นเรื่องปกติ เลยหลีกเลี่ยงที่จะไปค้างคืนในวันที่ไปเที่ยว

ก่อนหน้านั้นดูพยากรณ์อากาศและติดตามข่าวตลอด พอเห็นว่าพายุจะเข้า ทำให้ตัดสินใจว่า ต้องเลื่อนตั๋วรถไฟไป ในวันที่พยากรณ์บอกว่าฝนตก ผมไปติดต่อเคาท์เตอร์ ของรถไฟ เสียค่าเปลี่ยนตั๋ว (ส่วนต่างแพงขึ้น) ประมาณ 1200 บาท (ตั๋ว 2 ใบ)

venice3

ซึ่งมันถือว่าเป็นเรื่องโชคดีมากที่ตัดสินใจเลื่อนไป ไม่งั้นพวกผมคงเปลี่ยนจากนักท่องเที่ยว เป็นผู้ประสพภัยแทน เพราะว่า ตอนเที่ยวมิลาน เราดูข่าวกันทุก ชม ลุ้นกันจนไม่เป็นอันจะเที่ยวที่มิลาน

ถึงวันเดินทาง ตัดสินใจกับแฟนว่าไหนๆ ก็มาแล้ว นั่งรถไฟไปดูให้เห็นก่อนแล้วกัน ถ้ารถไฟยังวิ่งได้แสดงว่า  เส้นทางคงยังไม่ตัดขาด และคุยกันไว้ว่าถ้า เที่ยวไม่ได้จริงๆ ก็แค่นั่งรถไฟกลับ (คิดแบบปลอบใจตัวเอง)

นั่งรถไฟจาก มิลาน คนประปราย คิดอยู่ในใจว่า นี่เค้าไม่มาเที่ยวกันใช่มั้ย คนเริ่มลงทีระสถานี ก่อนถึง เวนิส คนบางตา  พอ 10 โมงเช้า ผมมาถึง เวนิส ตอนช่วงนั่งรถไฟกำลังจะเทียบชานชลา รถไฟมันจะชลอแล้วปล่อยไหลไป มองไปสองฝั่งทะเลของเกาะเวนิส สภาพเต็มไปด้วยเศษสิ่งของลอยไปตามน้ำทะเล อารมณ์ผมตอนนี้ รู้สึกเวิ้งว้างคิดถึงฉากหนัง Avenger ตอนที่โดนผู้ร้ายทำลายเมือง แล้ว super hero มาเห็น ซากปรักหักพังที่เหลือ แต่เดี๋ยวก่อนผมเป็นนักท่องเที่ยว ไม่ได้มาสวมบทฮีโร่ กู้เมือง

venice2

พอรถไฟจอด เดินออกไปจากสถานี อารมณ์เปลี่ยนทันที ….เมืองยังมีสีสัน และมันเป็นการเที่ยวอีกมิติใหม่ มิลานว่าเป็นเมืองแฟชันแล้ว แต่ที่เวนิส ทุกคนต้องมีรองเท้าบูท

คือต้องลองคิดสภาพ เที่ยวในเมืองที่มีน้ำท่วมขัง แล้วทุกคนมีรองเท้าบูทหลากสีราวกับเดินอยู่บนแคทวอค ผมกับแฟน เดินสำรวจราคาตลาดรองเท้าอยู่สักพัก จะมีร้านรถเข็น ร้านโชว์ห่วยวางขาย รองเท้าบูท ตอนแรกว่าจะไปขอซื้อรองเท้าบูทแบบพลาสติดต่อกับคนที่กำลังจะกลับแล้ว แต่สุดท้ายเราตัดสินใจซื้อ รองเท้าบูทยางระดับหัวเข่ามา ในราคา 15 ยูโร เนื่องจากเห็นสภาพบูทอีกแบบแบบพลาสติก 5 ยูโรแล้ว คิดว่าน้ำเข้าแน่ๆ เห็นมีคนทิ้งตามถังขยะทั่วไป  ผมเป็นคนเท้าใหญ่ใส่เบอร์ 12 US แต่มายุโรปไม่ใช่ปัญหา ของมีแน่นอน

venice10

เราถอดรองเท้าผ้าใบแล้วเปลี่ยน เป็นรองเท้าบูท พยายามฝากรองเท้าผ้าใบไว้กับร้านแต่เค้าไม่รับฝาก สภาพตอนนี้เริ่มเหมือนผู้อพยพเพราะข้าวของรุงรัง ต้องแบกรองเท้าผ้าใบอีก แล้วเริ่มเดินสำรวจรอบเมือง ตอนแรกเดินได้งง ๆ มาก มันเป็น ซอยย่อย เล็กๆบางที่ ก็ต้องเสี่ยงดวงเอา ขนาดดูแผนที่ยังงงๆ  ตามตรอกซอกซอย ร้านส่วนใหญ่ ปิด บางร้านกำลังสูบน้ำออกจากร้าน จุดที่น้ำท่วมเยอะๆ จะมีสะพานไม้ ไว้ให้ผู้คนสัญจรไปมา แต่ขนาดน้ำท่วมบ้านเค้ายังน้ำใส เหมือนแค่ท่อประปาแตกเท่านั้น อาจจะเพราะเป็นน้ำทะเลท่วมเลยไม่ได้สกปรกมาก

เป้าหมายแรก คือจะไป Grand canal เพื่อจะไปหาอะไรกินตอนเที่ยง เดินมาถึงท่าเรือ เพื่อหาเรือข้ามฟากย้อนไปอีก 3 สถานี เราคงยังเดินมาแบบ งงๆ เครื่องซื้อตั๋วก็ใช้ไม่ได้ สภาพน่าจะโดนน้ำเข้า จะไฟช๊อต เรือมี 2 สายไปซ้ายกับขวา โชคดีขึ้นเรือถูกสายไปถูกเส้นทาง

หลังจากนั่งเรือข้ามฟากมา ผมพยายาม หาจุดท่าเรือ อีกฝั่งเพื่อถ่ายรูป แต่ด้วยสภาพที่ น้ำท่วมมันเลยค่อนข้างลำบาก เลยตัดใจ ไปหาข้าวเที่ยงกิน ตอนเที่ยงเนื่องจากร้านอาหารไม่ค่อยเปิดเลยต้องประทังชีวิตด้วย ขนมปังตุรกี

ช่วงบ่ายนักท่องเที่ยวเริ่มคึกคัก เราเดินมาถึง Grand Canal ปรากฎว่า จุดนี้นั่งท่องเที่ยวคนคึกคักมาก มาก เป็นจุดที่หลายๆ คนต้องมาถ่ายรูป ร้านอาหารเริ่มเปิด น้ำเริ่มลด มีถนนคนเดิน และร้านค้าขายของที่ระลึกตามตรอกซอกซอย 

venice4

เดินมาสักพัก เริ่มหนักรองเท้าเพราะบูท 1 คู่ หนักประมาณ 2 กิโล พยายามเหลือบ มองราคารองเท้าบูท ในแบบเดียวกับที่ซื้อมาปรากฎว่า ราคาเค้ามาตรฐานทั่วเกาะ ราคาเดียว โล่งใจไปไม่โดนคุณป้าคนขายหลอก

เราแวะไปดู St Mark’s Basilica ซึ่งเป็นจุดที่น้ำท่วมสูงที่สุด จนผู้ว่าเมืองเวนิส ประกาศสถานการณ์ภัยพิบัติ ช่วงที่เดินไปถึง มีคนเยอะมาก สำนักข่าวมาทำการสัมภาษณ์และทำข่าว ตรงจุดนี้มีสะพานไม้ที่สร้างชั่วคราว ไว้ให้เดิน น้ำท่วมสูงจริง ประมาณหัวเข่า นี่ขนาดช่วงน้ำลดแล้ว น้ำท่วมขังโบสถ์และคิดว่าคงใช้เวลาอีกนานในการบูรณะ

venice7

ช่วงเย็นเราเดินกลับไป แถวสถานีรถไฟ เพื่อไปรอรถไฟและแวะเดินเที่ยวแถวๆนั้น ตอนแรกแวะไปต่อคิวไปลอง KFC แต่ปรากฎว่าคนแถวยาวมาก เราเลยแวะเข้าไปหาอะไรทานรองท้องในร้านสถานีรถไฟ ช่วงระหว่างรอ รถไฟกลับตอน 6 โมงเย็น

ใกล้ๆ สถานี รถไฟ จะมีซอย ละลายทรัพย์ เป็นถนนคนเดิน ข้างทางเป็นร้านรวงต่างๆ ทั้ง โรงแรมที่พัก ร้านอาหาร ร้านขายของฝากของที่ระลึก พอเริ่มเย็น คนเริ่มเยอะ เวนิสคงกลับมาคึกคัก อีกครั้ง และเราก็อดไม่ได้ที่จะชิม เจลลาโตตามร้านข้างทาง เป็นของหวานมื้อนี้

venice

ขากลับพอถึงโรงแรมที่มิลาน เราพยายามยัดรองเท้าบูท เพื่อเก็บเป็นของที่ระลึก แต่ 2 คู่หนัก 4 กิโล เลยต้องทิ้งไว้ให้แม่บ้านที่โรงแรม

โดยรวมแล้ว ผมชอบบรรยากาศที่เวนิสมาก บ้านเรือนที่นี่ให้อารมณ์เมืองไม่เก่ามากมีสไตล์เป็นของตัวเอง มีความเป็น Artist เอกลักษณ์ ตรอกซอยซอย แคบๆ เดินหลงไปหลงมา มันดูลึกลับน่าค้นหา สภาพเมืองเป็นเกาะเล็กๆ ติดทะเล ขาดอย่างเดียวไม่มีภูเขา เพราะมันเป็นเกาะกลางน้ำ ครั้งหน้าถ้ามีโอกาสคงหาเวลามานอนค้างสักคืน

venice6

Tips

  • ถ้าพอมีเวลา แนะนำให้จัดเวลา ครึ่งหรือหนึ่ง ชม นั่งเรือ กอนโดลา เล่น เพราะคลองและแม่น้ำที่เวนิสสวยมาก
  • ถ้าเที่ยว 2 วันแนะนำให้ออกไปเที่ยวเกาะรอบๆ ด้วย เช่น Murano, Burano, Torcello
  • Google map และอินเตอร์เน็ต ควรมีเพราะ ซอยย่อยเยอะแยะ เดินไปมาหลงทางได้
  • เวนิสเป็นเมืองที่ตำกว่าระดับ น้ำทะเล และจะมีน้ำท่วมบ่อยมาก (Acqua alta) แนะนำให้เช็คสภาพอากาศและ พยากรณ์ระดับน้ำก่อนเที่ยว

Link ข้อมูลเพิ่มเติม


แชร์ไปให้โลกรู้
Show CommentsClose Comments

Leave a comment

I accept the Privacy Policy

error: Protected !! กดแชร์บทความจากเวบได้เลย รูปภาพและบทความมีลิขสิทธิ์นะจ๊ะ ติดต่อเราได้ที่ www.facebook.com/WanderlustOfficer