แชร์ไปให้โลกรู้

อัมสเตอร์ดัม (Amsterdam) เมืองที่มีแต่คลอง และจักรยาน

อัมสเตอร์ดัม เป็นเมืองหลวง และ เป็นศูนย์กลางทางการเงินวัฒนธรรม ของประเทศเนเธอร์แลนด์ มีประชากรมากกว่า 850,000 คน อัมสเตอร์ดัมเป็นเมืองที่รู้จักกันดีในเรื่องของเมืองที่รายล้อมไปด้วยคลอง และสะพานข้ามคลองมากกว่า 1,500 แห่ง  ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก(UNESCO) เมื่อปี ค.ศ.2010

นอกจากการล่องเรือและเดินชมเมืองแล้ว อัมสเตอร์ดัมยังมีสถานที่ท่องเที่ยวและพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง เช่น หมุ่บ้านกังหันลมโบราน (Zannse Schans)  สวนดอกทิลลิปคอเคนออฟ(Keukenhof) พิพิธภัณฑ์แวนโก๊ะ(Van Gogh Museum) เป็นต้น

Amsterdam เป็นจุดหมายปลายทาง สำหรับทริปนี้ ต้นทางผมเดินทางมาจากมิวนิค ด้วยรถไฟแต่แวะนอนที่ Stuttgart และ Cologne ที่ละคืน และกะจะใช้ใช้เวลา 3 วัน 2 คืน ที่ Amsterdam หลักๆ มาเพื่อ ปั่นจักรยาน และหาจุดถ่ายรูปวิวเมืองสวยๆ

เริ่มต้นวางแผนทริปด้วย เครื่องมือตัวช่วยจาก Mobile Application และ website

1.Sygic Travel – ใช้ในการค้นหาสถานที่เที่ยว จะค้นมาจาก App Sygic Travel เน้นเดินชิวชมจุดต่อจุด

2.Google Map – เอาไว้เช็ค ตารางรถไฟ สายรถไฟที่ต้องนั่ง แผนที่กันหลง

และที่ขาดไม่ได้คือ website Locationscout.net เวบประจำที่เอาไว้ดูโลเคชัน สวยๆ ของช่างภาพที่แชร์กันมา  สามารถศึกษาวิธีการใช้งานได้ที่ บทความแนะนำเวบไซต์ Locationscout

Amsterdam9

ผมเริ่มเดินทางจากเมือง Cologne มายัง Amsterdam ด้วยรถไฟ ICE ระหว่างประเทศ นั่งประมาณ 3 ชั่วโมงก็มาถึง สถานีหลักที่ Amsterdam  จองโรงแรมไว้นอก คูเมือง เลยต้องลากกระเป๋า ประมาณ 1.4 กิโลเมตร ใช้เวลาค่อนข้างนานเพราะยังไม่ชินที่ผังเมือง มีหลงบางช่วง

จองโรงแรม Nes ไว้ เพราะใกล้โซนที่คิดว่าจะไปถ่ายรูปกลางคืน เป็นโรงแรม 3 ดาว สภาพเก่าและแคบหน่อยแต่ประหยัดและพออยู่ได้

เดินเที่ยวรอบเมือง อัมสเตอร์ดัม วันแรก

เช็คอิน และเก็บกระเป๋าเสื้อผ้าเสร็จก็แบกเป้ถ่ายรูปตรงไป สำรวจเมืองต่อ จุดแรกไปดูสะพานและมุมโบสถ์ที่คาดว่าจะมาถ่ายรูปกลางคืน แต่ต้องปลงเพราะสะพานแคบเป็นสะพานไม้ คนสัญจรไปมาจนไม่สามารถใช้ขาตั้งกล้องได้ ที่สำคัญฟ้าครื้มฝนตกแน่นอนคืนนี้ สภาพอากาศไม่เป็นใจเลยเริ่มเก็บกล้อง แล้วเปลี่ยนเป็นเดินชมเมือง เอาบรรยากาศแทน

Amsterdam5

ว่าแล้วฝนก็ตกมาทันที ฝนตกที่ยุโรปมันจะไม่เหมือนกับที่ไทย ถ้าข้อมูลพยากรณ์ว่า Rain Shower นี่คือ มันจะตกพอได้เปียก ตกเรื่อยๆ แต่ถ้าพยากรณ์อากาศ บอกว่า Strom นี่ ก็จะประมาณตกที่ไทย เตรียมร่มได้เลย

Amsterdam3

ผมเดินตามทางเพื่อมุ่งหน้าไป พิพิธพัณฑ์ Rijksmuseum กับ Van Gogh Museum แต่ปรากฎว่า ที่ Rijksmuseum จัดงานอะไรไม่รู้คนต่อแถวยาวมาก เลยข้ามไป Van Gogh Museum แต่ดัน ลืมดูเวลาไป เพราะเค้าปิด 6 โมงเย็น ผมไปถึง เกือบ 5 โมงเย็นแล้ว เลยคิดว่า 1 ชม ไม่สามารถดื่มด่ำกับศิลปะได้แน่ เลย เดินเล่นแถว ป้าย I amsterdam

ป้ายนี้เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวชอบมา เซลฟี่ถ่ายรูปกันจำนวนมาก ตัวอักษรถูกสร้างครั้งแรกในปี 2004 เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญการตลาดในเมืองโดย KesselsKramer (Agency โฆษณา)  ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อ “เฉลิมฉลองเมืองอัมสเตอร์ดัม”

ภายหลังพอมีคนเริ่มมาเซลฟี่และทางการเห็นว่า ป้ายส่งเสริมการท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก เลยมีการย้ายออกมาตั้งในจุดหน้าพิพิธพัณฑ์

ช่วงเย็น แวะไปหาอะไรง่ายๆ ทานที่ ถนน Reguliersbreestraat เส้นนี้ ค่อนข้างคึกคักพอสมควรมีร้านอาหารให้เลือกมากมาย ทั้งแบบผับบาร์ ร้านนั่งทานจริงจัง หรือร้านฟาสต์ฟู้ด ผมเลือกทางเบอร์เกอร์ง่ายๆ เพื่อไป เดินเล่นต่อ

เยื้องๆ กันกับ ถนน Reguliersbreestraat เพื่อไปยัง Singel จะมีตลาดขายต้นไม้ และดอกไม้ ร้านจะตั้งอยู่ในน้ำเรียกว่าตลาดน้ำก็ได้ ผมไปเดินเล่นเห็นดอกไม้เค้าสวยและสดมาก คงเหมาะกับอากาศเย็นบ้านเค้า ดอกทิวลิปนี่สวยและหลายสีมาก ถ้ามาปลูกเมืองไทยคงไม่รอด

ทานข้าวเสร็จเริ่มมีแรงต่อ หยิบกล้องมาเพื่อจะไปหาที่ถ่ายรูปแสงไฟสวยๆ บ้านริมคลอง พอถ่ายไปแค่ 30 นาที ฝนตกลงมาอีก เลยถอดใจ เก็บกล้องกลับโรงแรมทันที

Amsterdam
Amsterdam7

วันที่สองผมเช่าจักรยานปั่น เป็นการปั่นจักรยานรอบเมือง ไปในจุดที่คิดว่า ไกลเกินเดินไม่ไหว เป็นการปั่นรอบคลองฝั่งซ้ายของเมือง ตามคลองสำคัญๆ  ขอแยกเป็นอีกบทความใน  เป็น อัมสเตอร์ดัมเมอร์ ที่แท้ทรู ต้องลองเช่าจักรยานปั่นดูสักครั้ง

เดินเที่ยวรอบเมือง วันที่สาม

วันที่สาม กลับมาเดินอีกรอบ คราวนี้เน้นเที่ยว ตามจุดที่ไปปั่นจักรยานเห็นแล้ว เก็บไว้เที่ยววันสุดท้าย  จากที่พัก เดินไป Dam Squre  ซึ่งเป็น จัตุรัสกลางของอัมสเตอร์ดัม จริงๆแล้ว ก่อนที่จะมีจตุรัส ตรงนี้จะมีเขื่อน (Dam) จริงในแม่น้ำอัมสเทล พื้นที่จตุรัสผมว่าค่อนข้างแคบเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในยุโรปที่เคยไปมา  บริเวณนี้มีอนุสาวรีย์ เพื่อระลึกถึงผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของสงครามโลกครั้งที่สอง ตั้งไว้ด้วย

ฝั่งตรงข้ามกัน จะมี ที่ทำการไปรษณีย์ในอดีตของอัมสเตอร์ดัม ซึ่งปัจจุบันถูกเปลี่ยนเป็นห้างสรรพสินค้า Magna Plaza และเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ประทับใจเวลามาเที่ยวยุโรปคือเค้าจะอนุรักษ์ตัวอาคาร ด้านนอกไว้ แต่พอเดินเข้าไปในห้างก็จะเป็นการตกแต่ง เหมือนห้างหรูทั่วไป มีของแบรนเนมต่างๆวางขาย

จากจตุรัส Dam Squre บนเส้นถนน Damrak เป็นถนนเส้นใหญ่ เดินง่ายและลากกระเป๋าเดินทางสบาย ถ้าเดินตรงไปเรื่อยๆ จะเจอสถานีรถไฟหลักของเมืองอัมสเตอร์ดัม ช่วงก่อนถึงสถานีรถไฟ จะมี Sex Museum ด้านซ้าย กับ ท่าเรือ Furry ด้านขวา เป็นท่าเรือที่ รับส่งนักท่องเที่ยว ล่องเรือชมคลองสำคัญต่างๆรอบเมือง ด้านหลังท่าเรือ Furry เป็น จุดถ่ายรูป บ้านเรือนสมัยเก่าของเมืองอัมสเตอร์ดัม ตามที่เห็นในรูปโปรโมทการท่องเที่ยว

Amsterdam2

บ้านที่นี่จะมีรูปแบบหน้าแคบและสูง 4-5 ชั้น เหมือนกันหมด ประตูบ้านแต่ละบ้านจะแคบมาก ด้านบนสุดของบ้าน จะมีรอกอยู่ทุกบ้าน เนื่องมาจาก ในสมัยก่อนเค้าจะเก็บภาษีบ้านเรือน  โดยคำนวณจากความกว้างของประตูบ้าน ดังนั้นการออกแบบประตูบ้านแต่ละหลังก็เลยมีขนาดแคบมาก ส่วน รอกด้านบนบ้านก็เอาไว้ ชักรอกขนของขึ้นบ้าน แล้วก็เข้าทางหน้าต่างนั่นเอง

Amsterdam4
Amsterdam10

ถัดมาถนนด้านหลังที่ขนานกับ Damrak ไปอีก 2 บล๊อก คือย่าน Red Light District แหล่งรวมผับบาร์ ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยวกลางคืน ที่เนเธอร์แลนค์ การค้าประเวณี และกัญชาเป็นสิ่งถูกกฎหมาย  ผมลองเดินไปสำรวจดูพบว่าต่างจากที่จินตนาการไว้โดยสิ้นเชิง ส่วนใหญ่จะเป็นคุณป้าปลดเกษียณ แต่งตัวนุ่งน้อยหุ่มน้อย ในกระจกหน้าต่างของแต่ละอาคาร แล้วมากวักมือเรียกนักท่องเที่ยว

ตลอดทั้งเส้นจะได้กลิ่นบุหรี่และที่ พิเศษคือมันจะมีกลิ่นบุหรี่ใส่กัญชาด้วย ที่นี่ ร้านที่ตั้งป้ายว่า Coffee Shop จะเป็นร้าน ขายสารเสพติด รวมทั้งกัญชาด้วย  ส่วนกาแฟและเครื่องดื่มทั่วไป จะขึ้นป้ายร้านว่า Café

ช่วงเย็นแวะทานข้าวร้านอาหารแถวนั้น มีให้เลือกเยอะแยะมากมาย กลับลงมาเดิน ถนนเส้นเดิมเลือกซื้อของฝาก เดินไปได้สักพักเริ่มยิ้ม หัวเราะง่าย และหอมกับควัน บุหรี่ตามข้างทาง ผมคงเข้าถึงวิถีชาว อัมสเตอร์ดัม แล้ววันนี้

แผนที่ Google Map

Tips

  • หากเดินเท้าต้องระวังไม่ไปเดิน บนทางของจักรยาน เพราะที่นี่เจ้าถนน คือนักปั่นจักรยาน และเค้าปั่นกันเร็วมาก
  • เป็น อัมสเตอร์ดัมเมอร์ ที่แท้ทรู ต้องลองเช่าจักรยานปั่นดูสักครั้ง
  • ที่นี่ถึงแม้เค้าจะเปิดการค้าบริการเสรี แต่เค้าห้ามถ่ายรูปหญิง หรือสถานบริการน่ะครับ
  • ร้านกาแฟ เข้า Café ส่วน Coffee Shop เป็นร้านขายกัญชา จำไว้
  • การล่องเรือชมคลอง ก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรม ที่น่าสนใจ ครั้งหน้าผมคง ทั้งเช่าจักรยานปั่นและล่องเรือ
  • เตรียมร่มไปด้วยเพราะ ใน 1 วันอาจจะมี 3 ฤดู
  • Goggle Map หรือ Navigator ก็สำคัญ เพราะ แต่ละคลอง กับบ้านเรือน หน้าตามันคล้ายๆ กันหมด เดี๋ยวจะหลงทางเอา

Link ข้อมูลเพิ่มเติม

1. Vangogh Museum

2. Rijks Museum

ส่งท้าย สาระน่ารู้ ไว้เตรียมตัว เที่ยวอัมสเตอร์ดัม

VISA

นักท่องเที่ยวสามารถขอวีซา เนเธอแลนด์ หรือ เชงเกน วีซา  ผ่าน VFS (ตัวแทน)

ภาษา

Dutch ดัชท์ และ ภาษา Frisian (ฟรีเซียน คล้ายภาษาเยอรมันแต่มีสำเนียงเฉพาะ ใช้พูดในกลุ่มคนในเมือง Friesland)  อย่างไรก็ตาม ประชาชนส่วนใหญ่ สามารถสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษได้

สกุลเงิน

ปัจจุบัน มีการใช้สกุลเงิน ยูโร (EUR)

สภาพอากาศ

ฤดูใบไม้ผลิเริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงมิถุนายน อุณหภูมิ ประมาณ 12-20  องศาเซลเซียส

ฤดูร้อนเคือช่วงเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน อุณภูมิ ประมาณ 20-30 องศาเซลเซียส เดือนกรกฎาคมและสิงหาคมเป็นเดือนที่อบอุ่นที่สุดโดยมีอุณหภูมิเฉลี่ย 22 ° C ในเวลากลางวัน

ฤดูใบไม้ร่วงคือช่วงเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน อุณหภูมิ ประมาณ 13-17 องศาเซลเซียส

ฤดูหนาวเริ่มช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมีนาคม อุณหภูมิ อาจลงถึง -5 องศาเซลเซียส มกราคมและกุมภาพันธ์เป็นเดือนที่หนาวที่สุดโดยมีอุณหภูมิต่ำสุดประมาณ 0 ° – 5 ° C

สนามบิน

สนามบิน Schiphol  (สคิโพล) เป็นสนามบินนานาชาติ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาที โดยรถไฟ จากสถานีกลาง Amsterdam Centraal station

ปลั๊กไฟ

ในยุโรป จะเป็นไฟ 220 โวล์ต (แบบเดียวกับไทย) เต้ารับตัวเมียเป็นขากลม 2 ขา แนะนำให้ซื้อปลั๊กแบบ Universal ไป พร้อมกับปลั๊ก 3 ตา เพื่อต่อพ่วงหากมีอุปกรณ์ชาร์จเพิ่ม เครื่องใช้ไฟฟ้าสามารถนำเอาไปใช้ได้

การเดินทาง

ระบบขนส่งพื้นฐานในอัมสเตอร์ดัม ประกอบไปด้วย รถไฟ รถไฟใต้ดิน รถราง รถโดยสารประจำทาง และเรือเฟอร์รี่

ระบบขนส่งทั้ง 5 รูปแบบ สามารถใช้บัครโดยสารร่วมกันได้ในบัตรเดียว และมีบัตรโดยสารหลายแบบให้เลือกใช้ เช่น OV-chipkaart , Iamsterdam city card  และ Amsterdam travel ticket


แชร์ไปให้โลกรู้
Show CommentsClose Comments

Leave a comment

I accept the Privacy Policy

error: Protected !! กดแชร์บทความจากเวบได้เลย รูปภาพและบทความมีลิขสิทธิ์นะจ๊ะ ติดต่อเราได้ที่ www.facebook.com/WanderlustOfficer