แชร์ไปให้โลกรู้

Hallstatt ออสเตรีย – ภูเก็ต คนไทยอยากไป คนในพื้นที่อยากมา

Hallstatt ออสเตรีย ถ้าพูดถึงชื่อเมืองนี้คาดว่าหลายๆ คน คงนึกถึงรูปโปสการ์ด โบสถ์ริมทะเลสาบ ที่มักจะเห็นผ่านตาตามสื่อต่างๆ ผมก็เช่นเดียวกัน วางแผนไปเที่ยวที่ Hallstatt เพราะเห็นรูป ตาม Facebook ของเหล่าเพื่อนพ้องต่างๆ ที่ไปมาแว๊บแรกรู้สึกถึงความอบอุ่น  และโรแมนติก และวิวสวยจนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก

เมื่อมีโอกาสเลยต้องแวะมา ความลำบากของการมาที่นี่ คือ ผมเดินทางคนเดียว เมืองต้นทางของผมอยู่ที่ Salzbrug ประเด็นคือ ถ้ามากับทัวร์คุณก็แค่นั่งรถทัวร์ สบายๆ เพราะมีถนนหนทางไปที่ Hallstatt อยู่แล้ว แต่ถ้าต้องใช้ รถประจำทาง ยังไม่มีรถสายตรง วิ่งเส้นทางนี้ และถ้ามาด้วย รถไฟต้องเสียเวลาเดินทาง 3 ชม แถม ต่อรถอีก หลาย เที่ยว ดังนั้น มันจึงลำบากเวลาต้องลากกระเป๋าเดินทาง และค่อนข้างเสียเวลา

พอนั่งหาข้อมูลปรากฎว่า เราสามารถเดินทางกับ รถบริการที่เค้าวิ่งเส้นทางนี้อยู่แล้ว และมีการแชร์ ค่าโดยสารกัน ได้ความสะดวกและประหยัดเวลาแต่นั่นหมายความว่า ค่าโดยสาร ก็จะแพงขึ้น ผมใช้บริการ ของ Green Shuttle Green Shuttle เป็น ราคาประมาณ 470 ไทยบาท (เที่ยวเดียว) จ่ายผ่าน Paypal

เริ่มเดินทางที่ Salzbrug

ถึงเวลา 11 โมงเช้า รถแวนมารับที่หน้าโรงแรม บนรถมี คนเอเชีย นั่งเต็มรถอยู่แล้ว คนขับเลยช่วยผมเก็บกระเป๋าและพาไปนั่งด้านหน้าคนขับด้วยกัน นั่งรถไป 10 นาที เพื่อนร่วมทางก็เริ่มทักทางเป็นภาษาจีน ผมบอกเค้าว่า ผมเป็นคนไทย เค้าก็เปลี่ยนเป็นภาษาอังกฤษแล้วก็บอกว่าเค้าเป็นคนฮ่องกงมาเที่ยวกับครอบครัว มาอาม่า และพ่อแม่เค้ามากัน 4-5 คน

ระหว่างทางไป ถนนหนทางดีมาก วิวก็สวย ทางผ่านจุด ไฮไลท์ น่าจะเป็น Wolfgangsee Lake

เป็นทะเลสาบ ที่มีรีสอร์ทบ้านพักตากอากาศ เยอะมากเห็นนักท่องเที่ยวและรถเยอะพอสมควร รถเป็นพวงมาลัยซ้าย ตอนนั่งข้างคนขับ รู้สึกว่าขับเองเพราะถนัดพวงมาลัยขวาตั้งแต่อยู่เมืองไทย สับสนนิดหน่อย แต่ได้อารมณ์ประมาณนั้น

ใช้เวลาเดินทาง 1 ชม 30 นาที รถก็มาถึง Hallstatt คนขับรถต้องจอดรถที่บริเวณด้านนอก เพราะตอนเย็น เส้นด้านในไม่อนุญาตให้รถวิ่ง จะมีลานที่จอดรถจัดไว้ให้รถทัวร์ และรถยนต์มาจอด พอส่งคนฮ่องกงเสร็จ เค้าก็ขอดูแผนที่โรงแรม แล้วไปส่งผมใกล้ๆ เพราะแถวนั้นเป็น one-way

ผมจองโรงแรม Fenix Hall Boutique Hotel Hallstatt ไว้ ห่างจาก ตัวเมือง 1 กิโลเมตร อยู่ในระยะเดินได้ จริงๆ คืออยากนอนในตัวเมืองมากกว่า แต่รอวีซาซะนาน โรงแรมข้างในตัวเมืองเลยโดนจองเต็มหมดแล้ว บางที่ยังเหลือแต่ราคาก็แพงมากราคาเป็นหมื่นต่อคืน เลยขยับออก มาด้านนอก

Hallstat Austria9

มาถึงช่วงบ่ายโมง ยังไม่ถึงเวลาเช็คอิน แต่เจ้าของโรงแรม บอกว่าไม่มีคนเลยให้เข้าพักได้ เจ้าของเป็นผู้หญิง พอเค้าเห็น passport ผม เลยทักทายอย่างเป็นกันเองว่า สวัสดีค่ะ แล้วก็บอกว่าปกติ หน้า low season ของที่นี่ เค้าจะไปเที่ยวภูเก็ตปีละครั้ง เพราะที่นี่ไม่มีคนเลย หาที่เที่ยวดีกว่า เจ้าของใจดี แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหารสักพัก ผมก็ขอตัวไปเก็บของที่ห้อง

ผมชอบห้องที่นี่มาก พักคนเดียวห้องกว้างเหมือนสตูดิโอของคอนโด ตกแต่ง Modern มีเครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน เสียอย่างเดียว ไม่มีลิฟต์เป็น บ้าน 2 ชั้น ต้องยกกระเป๋าขึ้นชั้น 2 เอง

เก็บของเสร็จ มีเวลา เที่ยวต่อช่วงบ่ายเลย แวะขึ้นกระเช้า ไปเที่ยวจุดชมวิวบนภูเขาเกลือ ก่อน เป็นการขึ้น กระเช้าสั้นๆ เพื่อมาที่ยอดภูเขา เป็นทางเดิน Skywalk มองลงมาเห็นวิวเมือง มีนักท่องเที่ยวพอสมควร และที่ขาดไม่ได้คือ มาสวิสต้องเจอคนไทย

Hallstat Austria7
Hallstat Austria6

บ่ายสี่โมงครึ่ง เลยกลับลงมาเดินที่ตัวเมือง และจะแวะไปถ่ายรูป ที่มุมมหาชนกัน เลยรีบเดินไปดู โลเคชันก่อน ปรากฎว่า นั่งท่องเที่ยวเยอะมาก ตากล้องก็เริ่มจับจอง สถานที่เพื่อตั้งขาตั้งกล้อง แถวนั้นมีบ้านและ guest house อยู่ใกล้จุดถ่ายรูปถึงกับทำป้าย ภาษาอังกฤษ และภาษาจีน ว่า ห้ามสงเสียงดัง ผมก็เลยตัดสินใจ นั่งรอที่จุดนั้นด้วยเพราะคาดว่าเดี๋ยวจะเยอะไปกว่านี้แล้วจะไม่มีที่ยืนให้ผม

Hallstat Austria5
Hallstat Austria2

ถ่ายรูปเสร็จ หนึ่งทุ่มกว่าๆ ก็ ไปหาร้านนั่งทานอาหารเย็น มา Hallstatt ก็เลยอยากลองเมนู ปลาเทราต์ เดินมาเจอร้านนึง (จำชื่อไม่ได้) มีที่ว่างสำหรับ 1 คนพอดี เลยขอเข้าไปลอง สั่งปลาเทราต์ ย่างเกลือไป ก็อร่อยดี ปลาเนื้ออ่อน แกะง่ายไม่ค่อยมีก้าง เค้าทำไม่เค็มและสด รวมเครื่องดื่มมื้อนี้หมดไปประมาณ 800 บาท

เช็คบิล เสร็จก็เดินเล่นได้แป๊บเดียวเพราะที่นี่มืดเร็วมาก และร้างรวงก็ปิด กันเร็วมาก

มา Hallstatt ออสเตรีย ทั้งที แนะนำให้ค้างคืน

ตอนเช้าผมแวะมาถ่ายรูป ที่มุมมหาชนอีก รอบปรากฎว่า คนเยอะกว่าเมื่อวานเย็นอีก แต่มุมตอนเช้าจะได้อีกอารมณ์ เพราะจะได้แสงอาทิตย์ ส่องมาด้านข้างของโบถส์กับหมู่บ้านพอดี

Hallstat Austria3

อีกจุดที่แนะนำคือบริเวณท้ายหมูบ้าน ด้านตรงข้ามกับมุมมหาชน อีกฝั่ง จะมีสวนสาธาณะเล็ก ๆ และท่าเทียบเรือให้เราไปเดินเล่น สูดอากาศ และถ่ายรูปได้

Hallstat Austria8

ถ่ายรูปเสร็จก็หาอะไรทานง่ายๆ แล้วกลับไปเช็คเอาท์ ที่โรงแรมเพื่อมารอเรือ ข้ามฟาก ไปยังสถานีรถไฟ Hallstatt ที่อยู่อีกฝั่ง

เรือผมจะมารอบ 10:30 เลยมีเวลาชิวๆ เดินเล่นดูเมืองสักพัก (แบบลากกระเป๋าไปด้วย)

Hallstat Austria4
Hallstat Austria

ปลายทางผมจะไปต่อที่ เวียนนา และพยายามซื้อตั๋วรถไฟผ่านอินเตอร์เน็ต แล้วไม่ได้เพราะ การตัดบัตรเดบิต VISA กสิกรไทยมันจะต้องมีการส่ง SMS เข้ามือถือ (ใช้เบอร์ที่ไทยผูกไว้)

10:30 เรือมา และใช้เวลา 15 นาทีในการข้ามฟาก เพื่อไป ซื้อตั๋ว ให้ทัน ในรอบรถไฟเที่ยว 11:00 น.ที่จะมาถึงสถานี Hallstatt  พอเรือถึงฝั่งต้องลากกระเป๋าอีก 30 เมตร ไปที่สถานี ปรากฎว่า ไม่มีพนักงานขายตั๋ว แต่ต้องซื้อผ่านเครื่องอัตโนมัติเท่านั้น ผมไปต่อคิว ที่ 3 ซึ่งมีคนไทยอยู่ด้านหลัง ผมอีก 1 คู่ และ 2 คิวด้านหน้าเป็นชาวเอเชีย และ ยุโรป

คนเอเชียด้านหน้า ใช้เวลาในการทำความเข้าใจกับเครื่องนานมากเพราะเครื่องไม่รับแบงค์ที่เค้าใส่ จนคิดว่าจะเข้าไปให้ยืมแบงค์ที่มีอยู่ในมือ พอดีเค้าซื้อเสร็จก่อน

10:53 ผมเพิ่งได้ไปกดซื้อตั๋ว รีบกดทันที โชคดีที่ไม่มีปัญหาอะไร ได้ตั๋วมาในมือ รอบ 11:00 แต่ปรากฎว่า น้องคนไทยด้านหลัง อีก 3-4 คน ต้อง รออีก 3 ชม ในรอบรถไฟ รอบต่อไป เพราะเครื่องจะปิดไม่ให้ซื้อ ก่อนเวลารถมา 5 นาที

โชคดีที่รอดมาได้ และเสียใจกับน้องคนไทยกลุ่มนั้นด้วยครับ มองโลกในแง่ดี น้องยังมีเวลาถ่ายรูปที่ Hallstatt ต่อ อีก 3 ชม

แผนที่ Google Map

Tips

  • ถ้าจะซื้อตั๋วรถไฟผ่านอินเตอร์เน็ต แนะนำให้โทรยกเลิก การส่งรหัสผ่าน SMS หรือ เปลี่ยนเป็นส่งมาทาง อีเมล์แทน
  • ถ้าที่พักแพงไม่อยากนอน Hallstatt ก็ สามารถไปพักที่ Obertraun ได้ แต่ต้องนั่งรถเมล์ มา หรือ นั่งรถไฟ 1 สถานี ลง Hallstatt Bahnhof แล้วก็นั่งเรือข้ามฟากมา
  • หากมีเวลา แนะนำให้ขึ้นไปเที่ยวเหมืองเกลือด้วย
  • สวนสาธารณ เกาะเล็กๆ ท้ายหมู่บ้านเป็นอีกจุดถ่ายรูปที่คุณจะได้ มุมด้านหลังของโบสถ์

Link ข้อมูลเพิ่มเติม

1.บริการรถ Greenshuttle.cz


แชร์ไปให้โลกรู้
Show CommentsClose Comments

Leave a comment

I accept the Privacy Policy

error: Protected !! กดแชร์บทความจากเวบได้เลย รูปภาพและบทความมีลิขสิทธิ์นะจ๊ะ ติดต่อเราได้ที่ www.facebook.com/WanderlustOfficer