แชร์ไปให้โลกรู้

เที่ยวโคโลญ ชม มหาวิหารโรมันคาทอลิก สุดอลังการ

เที่ยวโคโลญ (Köln / Cologne) เมืองใหญ่เป็นอันดับสี่ในประเทศเยอรมนี เป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนแม่น้ำไรน์ในรัฐ North Rhine-Westphalia มีผู้อยู่อาศัยประมาณ  1 ล้านคน โคโลญมีประวัติศาสตร์อันยาวนานย้อนเวลาไปถึงสมัยของจักรวรรดิโรมันโบราณเมื่อก่อตั้งขึ้น มันยังคงเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคที่สำคัญที่มีคนอาศัยอยู่อย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ เมื่อเปรียบเทียบกับเมืองอื่น ๆ ในเยอรมันและยุโรปเมืองโคโลญโบราณและยุคกลางนั้นค่อนข้างใหญ่ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของใจกลางเมืองที่ทันสมัย ดังนั้นจึงสามารถพบมรดกทางสถาปัตยกรรมที่มีอยู่มากมายทั่วเมืองตั้งแต่ยุคก่อนคริสต์ถึงอาคารสมัยใหม่ที่โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมโรมันและกอธิคที่มีความเข้มข้นสูงทำให้เกิดในมหาวิหารอันงดงาม

ถ้าอยู่เมืองไทย สถานที่ท่องเที่ยวก็จะมีพวกวัด วัง เช่นเดียวกันกับต่างประเทศ ที่มีโบสถ์ วิหาร อาสนวิหาร ให้คนมาชื่นชมสถาปัตยกรรมความงดงาม

การเดินทางมาเยือน เมือง โคโลญจ์ (Köln /Cologne) ผมมีต้นทางมาจาก Stuttgart ผมเลือกที่จะพัก เมือง โคโลญจ์ ก่อน 2 คืน เพื่อไปยังเป้าหมายหลักที่เมือง อัมสเตอร์ดัม

ต้นทางจาก Stuttgart

ผมเดินทางจาก Stuttgart ด้วยรถไฟ ใช้เวลาประมาณ 3 ชม ก็ถึงเมือง โคโลญ คืนแรกผมพัก โรงแรมที่ Ibis Hotel Köln Am Dom รียกว่าอยู่ติดกับสถานีรถไฟ และเดินออกมาก็เจอ อาสนวิหาร โคโลญ เลย

หลังจากเช็คอิน เก็บกระเป๋าเสร็จก็เก็บ ก็ออกมาสูดอากาศด้านนอก  ตามลานโล่งๆ จะมี คนมาจัดเป็นลานเปิดหมวก ซึ่งเห็นได้ทั่วไปตามสถานที่ท่องเที่ยวในยุโรป หรือถนนคนเดินในไทย บางคนก็มาโชว์ทักษะฟุตบอล วาดรูปบ้าง หรือเล่นดนตรี ตามแต่ถนัด ยืนดูสักพัก ผมก็ตรงเข้าไปเป้าหมายหลักของวันนี้ คือ มาซื้อ น้ำหอม โคโลญ 4711 ซึ่งมี ร้านขาย แถว อาสนวิหาร

Cologne

เข้าไปในร้าน ก็สอบถามพนักงาน อธิบายถึงคุณสมบัติต่างๆ ส่วนตัวไม่ได้มีความชอบในน้ำหอม แต่ต้องซื้อเป็นของฝากกลับไป  ลองดมดูกลิ่นมันจะเจือจางกว่าน้ำหอมอีกหายๆ ยี่ห้อ แต่บางคนก็ชอบเพราะอาจจะไม่ฉุนไป

ได้ของฝากเสร็จแล้ว ก็กลับเอาไปเก็บที่โรงแรม จากนั้นก็ เดินไปชมอาสนวิหารต่อ ผมไปช่วงเดือนตุลาคม 2018 พื้นที่ส่วนใหญ่ปิดบูรณะ เลยไม่ได้มีโอกาส ไปชมความงามด้านในนัก หลายส่วนที่ปิดไป ได้แต่ยืน มองในจุดที่เค้าจัดไว้ให้ เรื่องที่เจอบ่อยคือโบสถ์และวิหารในยุโรปมีการบูรณะกันบ่อยมาก  ไปเมื่อไหร่ต้องมีนั่งร้านมาบัดบังบางส่วนของตัวโบสถ์

อาสนวิหารโคโลญ เป็นศาสนสถานของคริสต์ศาสนาโรมันคาทอลิก เริ่มสร้างเมื่อปี 1248 และมาแล้วเสร็จสมบูรณ์ ในปี คศ 1880 แล้วก็มาโดนระเบิด จากการทิ้งระเบิดของเครื่องบินในสงครามโลกครั้งที่สอง ด้วยความเก่าแก่และสถาปัตยกรรม ที่สวยงามจึงถูกยกย่องให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก

พอเข้าโบสถ์ไม่ได้ ผมเลยไปถ่ายรูปมุมสูงของเมืองและอาสนวิหาร ที่ตึก Cologne Triangle ระหว่างเดินไปที่ตึก จะผ่านสะพาน Hohenzollern ซึ่งเป็นสะพานที่ข้ามแม่น้ำ Rhine ไปยังอีกฝั่ง ตัวสะพานมีการนำกุญแจมาคล้องเหมือนหลายๆสถานที่ท่องเที่ยว

Cologne5

Cologne Triangle เป็น สูงประมาณ 100 เมตร ด้านบนเปิดเป็น จุดชมวิวให้นักท่องเที่ยว ไปชมวิวเมืองแบบ 360 องศา  ค่าตั๋วขึ้นตึก ราคา คนระ 3 EUR สามารถเช็คเวลาปิด เปิด และหา ข้อมูล เพิ่มเติมได้ที่

Cologne4

ช่วงเย็น พอลงมาจากตึก ก็ มาชมวิวอาสนิวิหาร ริมแม่น้ำ มีนักท่องเที่ยวมาเยอะพอสมควร ได้วิวพระอาทิตย์ตกดินย้อนแสงสวยไปอีกแบบ ช่วงค่ำๆ ผมเข้าไปหาอะไรทานง่ายๆ ที่ ร้านในสถานีรถไฟ มีให้เลือกมากมาย ทั้งแบบยุโรปและเอเชีย

Cologne3

หลังทานข้าวเย็นเสร็จ ออกมานั่ง ที่หน้าอาสนวิหาร ตรงบันได ขั้นบนสุด ผมตั้งขาตั้งกล้องแบบเตี้ยๆ เพื่อถ่ายรูปสถานีรถไฟ ด้านซ้ายมือก็มีคนไทยสองคน ผุ้ชายนั่งคุยกันอยู่บันไดขั้นเดียวกัน ผมไม่ได้สนใจฟังอะไรมากมาย ได้ยินแว่วๆ ประมาณว่ามีการพูดปรับทุกข์เรื่องครอบครัวกัน จังหวะนั้นเองขณะที่ผมถ่ายรูปเสร็จ เก็บกล้อง และหันไปด้านซ้ายกำลังจะลุกเพื่อไปถ่ายรูปจุดต่อไป ผมก็เห็น วัยรุ่นหนึ่งคนกำลัง ใช้นิ้วชี้เกี่ยวกระเป๋า ของผู้ชายไทยคนที่นั่งใกล้ผม แล้วพอเค้าหันมาสบตากับผม เค้าก็ใช้มือเกี่ยวกระเป๋าเป็นครึ่งวงกลมเหวี่ยงย้อนกลับมาวางที่เดิม ซึ่งมันเกิดขึ้นภายในระยะเวลา 2 วินาที จังหว่ะที่กระเป๋าเป้เกี่ยวมาไว้ที่เดิม คนไทยเริ่มรู้สึกตัว หันไปมองหน้าคนไอ้ข้างหลัง แต่ไม่ได้เอะใจอะไรสักอย่าง แล้วก็ชวนกันเดินออกไป

ผมมองหน้า ชายคนแปลกหน้า และในใจก็คิดว่า จะบอกน้องคนไทยดีรึเปล่า กำลังชั่งใจว่า โจรมันต้องมี 2-3 คน กลัวจะโดนลูกหลงและไม่รู้ว่า ใครเป็นพวกมัน ทั้งคนไทยและชายคนแปลกหน้า เดินไปคนระทางกัน สุดท้ายผมมองหาตำรวจ แล้วก็ไปเล่าเหตุการณ์ให้ฟัง เค้าก็บอกว่าให้ระวังตัวแถวนี้มีมิจฉาชีพเยอะ เลยตัดสินใจ เข้าโรงแรมไปพักผ่อนดีกว่า

วันที่สอง นอนชมวิว อาสนวิหาร

วันรุ่งขึ้นสายๆ เช็คเอาท์ย้ายโรงแรมไป นอนที่ Hyatt Regency Köln ด้วยความที่อยากถ่าย รูปของอาสนวิหาร โคโลญ จากในห้องของโรงแรม ซึ่งโรมแรมนี้ก็จะอยู่ฝั่งตรงข้าม อาสนวิหาร ข้ามสะพาน Hohenzollern เหมือนเดิม จริงๆ ก็จะมีบริเวณริมน้ำที่เป็นลานโล่ง สามารถตั้งกล้องถ่ายรูปได้เช่นกัน แต่บางครั้งผมชอบถ่าย ลากยาวไปถึง ห้าทุ่มเลยต้องมาพักที่โรงแรมนี้ จะได้มุมสูงขึ้นนิดหน่อย และไม่ต้องไปยืนหนาวข้างนอก

ฝากกระเป๋าเสร็จก็ลองเดินเลาะริมน้ำ ฝั่งโรงแรมไปเรื่อยๆ และใช้ สะพาน Deutzer Brucke เดินวกกลับมาฝั่งตัวเมือง จากสะพาน  Deutzer Brucke เส้นทางเดินย้อนกลับไปที่ อาสนวิหาร จะเป็นย่านเมืองเก่า มีจุดท่องเที่ยวชมวิว อีกมากมาย สามารถเลือกได้สองสองทาง (คู่ขนานกัน) คือ เดินริมแม่น้ำ หรือ ถนนตรอกซอกซอยของเมืองเก่า โดยส่วนตัวผมชอบถนนเมืองเก่าของยุโรปที่มีการใช้หินก้อนๆ อัดเรียงกันเป็นถนน เวลารถยนต์ขับผ่านเสียงขอยางรถกับถนนมันจะเพราะกว่า วิ่งบนถนนลาดยางหรือคอนกรีตทั่วไป

Cologne2

ช่วงเมืองเก่ามีร้านขายของทั่วไป ส่วนใหญ่จะเป็นร้านอาหารมากกว่า  เมืองเก่าที่นี่มีการผสมผสานการตกแต่งระหว่างยุคเก่าและยุคใหม่อย่างลงตัว

Cologne6

ตอนเย็นหาซื้อขนมปังและน้ำขึ้นไปกินที่โรงแรม เพราะจะเตรียมถ่ายรูปพระอาทิตย์ตกดินตั้งแต่ หกโมงครึ่ง ปรากฎว่าไม่อิ่ม เลยต้องงัดกระเพรา และข้าวเปล่าที่เตรียมมาจากไทย มาทานเพิ่ม มันเป็นมื้อที่ทานอาหารไทยประหยัด ในห้องพักของโรงแรมระดับ 4 ดาวครึ่ง

คืนนั้นก็ถ่ายรูปอาสนวิหาร จากกระจกในห้องของโรงแรมวนไป จนถึงห้าทุ่ม ไฟส่องอาสนวิหาร ปิดเลยต้องเข้านอน  พร้อมกับกลิ่นกระเพราอบอวลในห้อง

Tips

  • เที่ยวโคโลญ ถ้ามีเวลาน้อยแนะนำให้ เดินเล่น  เริ่มต้นจากสถานีรถไฟ เข้าอาสนวิหาร โคโลญ แล้วค่อยออกมาเที่ยวชมเมืองเก่า
  • ช่วงเย็นหากไปถ่ายรูปอาสนวิหาร โคโลญ อีกฝั่งของแม่น้ำจะเป็น ช่วงเวลาย้อนแสง
  • จริงๆ ที่เที่ยวในเมืองโคโลญ ยังมีอีกหลายแห่งที่สามารถเดินถึงกันได้ เช่น การนั่งล่องเรือในแม่น้ำ Rhine  เยี่ยมชม พิพิธภัณฑ์ Ludwig   นั่ง Cable Car ชมเมือง  พิพิธภัณฑ์ ช๊อคโกแลต
  • โปรดระวังตัวตามแหล่งชุมนุม คนเยอะๆ บริเวณเปิดหมวก หรือบนรถสาธารณะคนเบียดๆ มันเป็นแหล่งที่ทำงานของนักล้วงกระเป๋า

แผนที่ Google Map

Links ข้อมูลเพิ่มเติม

1.ข้อมูลการเข้าชมวิว บนตึก Cologne Triangle

2.เวบไซต์ ท่องเที่ยวโคโลญ

ส่งท้าย สาระน่ารู้ ไว้เตรียมตัว เที่ยวโคโลญ

VISA

นักท่องเที่ยวสามารถขอวีซา เยอรมัน หรือ เชงเกน วีซา ผ่าน  VFS (ตัวแทน)

ภาษา

ภาษาทางการของเมืองโคโลญจ์คือภาษาเยอรมัน อย่างไรก็ตามผู้คนทั่วไป มีการใช้ภาษาอังกฤษอย่างกว้างขวางทั่วเมืองในร้านอาหารคาเฟ่สถานที่ท่องเที่ยวและร้านค้า

สกุลเงิน

ปัจจุบัน มีการใช้สกุลเงิน ยูโร (EUR)

สภาพอากาศ

เมืองโคโลญจ์มีอากาศค่อนข้างเย็น โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ย 10.3 – 14.8 องศา มีหิมะตกน้อย และมีอากาศค่อนข้างอบอุ่นในช่วงฤดูร้อนในเดือนพฤษภาคมถึงกันยายน

ฤดูหนาวเริ่มตั้งแต่เดือนธันวาคมถึงเดือนมีนาคม มักจะมีฝนตกหนักหรือหิมะตกหนักในฤดูหนาว เดือนที่หนาวที่สุดคือเดือนมกราคมอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ -2 ° C  มีหิมะปกคลุมอย่างน้อยสองสัปดาห์ในช่วงฤดูหนาว

ฤดูใบไม้ผลิ เริ่มดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม มีอุณหภูมิที่อุ่นขึ้น โดยเฉลี่ยสูงสุดที่ประมาณ 20 ° C

ฤดูร้อนเริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงเดือนกันยายน ฤดูร้อนในมิวนิคนั้นอบอุ่น โดยเฉลี่ยสูงสุดที่ประมาณ 25 ° C

ฤดูใบไม้ร่วง เริ่มเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน อากาศเย็นลงอุณหภูมิเฉลี่ย -2 – 15° C และมีฝนตก ใบไม้เปลี่ยนเป็นสีส้ม

สนามบิน

เมืองโคโลญจ์มีสนามบินขนาดใหญ่ให้บริการในชื่อ สนามบินนานาชาติโคโลญจ์บอนน์ (Cologne Bonn Airport) ตั้งอยู่ห่างจากใจกลางเมืองประมาณ 15 กิโลเมตร โดยมีรถไฟฟ้าให้บริการเชื่อมต่อสนามบิน

ปลั๊กไฟ

ในยุโรป จะเป็นไฟ 220 โวล์ต (แบบเดียวกับไทย) เต้ารับตัวเมียเป็นขากลม 2 ขา แนะนำให้ซื้อปลั๊กแบบ Universal ไป พร้อมกับปลั๊ก 3 ตา เพื่อต่อพ่วงหากมีอุปกรณ์ชาร์จเพิ่ม เครื่องใช้ไฟฟ้าสามารถนำเอาไปใช้ได้

การเดินทาง

ระบบการขนส่งของโคโลญจ์ ประกอบด้วย รถราง (Stadtbahn Köln หรือ metrotram) ซึ่งเชื่อมต่อกันกับรถไฟใต้ดิน(U-Bahn)  รถไฟใต้ดินS-bahn รถเมล์ รถบัส และแท็กซี่  นอกจากนี้ยังมีบริการรถจักรยานให้เช่า


แชร์ไปให้โลกรู้
Show CommentsClose Comments

Leave a comment

I accept the Privacy Policy

error: Protected !! กดแชร์บทความจากเวบได้เลย รูปภาพและบทความมีลิขสิทธิ์นะจ๊ะ ติดต่อเราได้ที่ www.facebook.com/WanderlustOfficer