แชร์ไปให้โลกรู้

ปุ๊บปั๊บทัวร์ เที่ยวพม่า ไหว้พระทำบุญ

เป็นครั้งที่สาม ในการไปต่างประเทศ เที่ยวพม่า แล้วใช้บริการทัวร์ ซึ่งจริงๆ ไม่เคยอยู่ในความคิดเลย แต่อาจจะเพราะไปกับครอบครัวและพาพ่อกับแม่ไปด้วย ไม่ได้ศึกษาอะไรสักอย่าง สถานที่ต่างๆ เป็นยังไง ต้องไปถ่ายรูปที่ไหน กล้องก็แทบจะไม่ได้หยิบออกมาถ่ายรูป เพราะทำใจไว้แล้วว่าไปกับทัวร์ เวลาละเมียดละไม ไม่มีแน่ 

แต่ข้อดีของการไปกับทัวร์คือ คุณจ่ายตังค์และเก็บกระเป๋ารอเที่ยวได้เลย ที่เหลือเค้าจัดการให้ทุกอย่าง เออ ง่ายดี ถ้าเราไปเองนี่ต้องวางแผนโน่นนี่นั่น อีกมากมาย

เริ่มทริปที่ดอนเมือง บินไปลงสนามบินมิงกาลาดง กรุงย่างกุ้ง ตอนผ่าน ตม หลงสลับพาสปอร์ตกับแม่ไป แต่เค้าก็ให้ผมผ่านไปได้ พอถึงคิวแม่กำลังยืนพาสปอร์ต ให้เค้าดูเจ้าหน้าที่ ตม ก็ทำหน้า งงๆ ผมเลยเดินย้อนมาบอกว่ามันสลับกัน เค้าก็เลยเรียกให้มา สแตมป์ใหม่

จากนั้นไกด์ก็เรียกรวมพล คุณพระคุณเจ้าวินาทีนั้นผมเห็นเพื่อนร่วมทริปของผมอายุเฉลี่ย 60+ ทั้งนั้น พ่อแม่ผมมีเพื่อนคุยไม่เหงาแน่ๆ

พอเดินออกมาจากสนามบินไกด์พาขึ้นรถทัวร์ เพื่อนั่งรถไปยังเมือง เมืองหงสาวดี  ข้อดีอีกข้อของการมากับทัวร์คือ คุณจะได้ข้อมูลเรื่องเล่าประวัติศ่าตร์มาพร้อม ฟังเพลินๆ บนรถทัวร์ ได้สาระและสนุกดี

นั่งรถมาประมาณ 2 ชม ก็แวะทานข้าวเที่ยงที่ภัตตาคาร อาหารดีและเยอะพอสมควร มีแจกกุ้งลายเสือคนละ 1 ตัว

จากนั้นทัวร์พาไปเที่ยวชม พระราชวังบุเรงนอง ซึ่งเป็นที่ประทับของ พระเจ้าบุเรงนอง ผู้ชนะสิบทิศ ศิลปะโดยรวมแล้วคล้ายๆกับ สถาปัตยกรรมทางเชียงราย คงเพราะได้รับอิทธิพลมาจากในพื้นที่ระแวกเดียวกัน พระราชวังมีความใหญ่พอสมควรไกด์บอกว่าเพิ่งได้รับการบูรณะมาไม่เกิน 30 ปีมานี้เอง

Burmese3

จากนั้นก็ เดินทางต่อไปยังพระธาตุอินทร์แขวน โปรแกรมสายบุญ ก็เริ่ม ระหว่างทางสภาพป่าและทุ่งนา ซึ่งมีสภาพชุ่มชื้นและพื้นที่สีเขียวกว่าประเทศไทยเยอะมาก

การเดินทางไป พระธาตุอินทร์แขวน จะต้องไป เปลี่ยนเป็นรถ 6 ล้อเพื่อขับขึ้นเขา ไปคิมปูนแค้มป์ เมือง ไจ้ก์โถ่ (Kyaik Tito) สภาพเส้นทางเป็นทางขึ้นเขาชัน หลายๆ โค้งหักศอก ทางค่อนข้างแคบบางช่วงรถสวนกันไม่ได้ ทางโหดกว่าเส้นไปปาย และแม่ฮ่องสอน ลูกทัวร์ต้องจับราวตลอดเวลา จากรถโดยสาร 6 ล้อ ก็ไปต่อ กระเช้าที่เพิ่งสร้างเสร็จในปี 2018  ผมแทบไม่เชื่อสายตาว่า สภาพกลางเขา จะมีกระเช้าอำนวยความสะดวกขนาดนี้

มีความเชื่อว่าพระธาตุอินทร์แขวน (ไจที่โย่) เป็นที่ประดิษฐานพระเกศาธาตุของพระโคตมพุทธเจ้า ตามตำนานเล่าว่าฤๅษี ที่ได้รับพระเกศาจากพระพุทธเจ้า ตั้งใจจะนำพระเกศาไปบรรจุไว้ในก้อนหินที่มีรูปร่างคล้ายกับศีรษะของฤๅษี  และอิษฐานให้พระอินทร์ ช่วย พระอินทร์เลยหาก้อนหินจากใต้ท้องทะเล และนำมาวางไว้บนภูเขา

Burmese

ไกด์พาเราเก็บของในโรงแรมแล้ว พากันเดินตามซอยในหมู่บ้านไปสักการะพระธาตุ ทุกคนต้องถอดรองเท้าและเดินเท้าเปล่า ประมาณ 300 เมตร เพื่อเข้าไปถึงตัวพระธาตุ มีความเชื่อที่ว่า ผู้ใด มาสักการะพระธาตุ สามครั้งติดต่อกันในหนึ่งปีจะมีความมั่งคั่งและเจริญ ไกด์เลยพาลูกทัวร์ ที่สนใจ มา 3 รอบ คือตอนเย็นช่วงที่ไปถึง ตอนสามทุ่มในวันเดียวกัน และตีห้าของอีกวันรุ่นขึ้น

ช่วงรอบสามทุ่ม ที่ไปสักการะพระธาตุอีกรอบ คนเริ่มเยอะมาก มากถึงมากที่สุด ผมเห็นถึงความศรัทธา ของเหล่าพุทธศาสนิกชนชาวพม่า คือเค้ามากันเยอะมาก สภาพ พื้นที่รอบๆ พระธาตุเป็นลานโล่ง และพอตกดึกกลายเป็นสถานที่หลับนอนของผู้มาสักการะ ไม่มีมุ้งอะไรทั้งสิ้น ปูเสื่อนอนกันบนลานนั้นเลย คนเดินผ่านไปผ่านมา แทบจะเหยียบหัวกัน

ไกด์นำสวด แบบครบสูตร และให้ผู้ชายเข้าไปปิด ทองที่ก้อนหินได้ ปัจจุบันผู้หญิงไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปด้านในบริเวณพระธาตุ ผู้หญิงสามารถเข้าออกได้ที่ระเบียงด้านนอกและลานด้านล่างของก้อนหินเท่านั้น

ตีสี่ครึ่งรีบตื่น ตามไกด์มาอีกรอบ ผมก็ยังเห็นผู้คนนอนเรียงราย แบบเดิม มีทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่เด็กที่ตามพ่อแม่มา และผู้สูงอายุ ยังประทับใจที่เห็นคนมีความศรัทธา และมันสะท้อนถึงความเจริญงอกงามของพุทธศาสนา

ช่วงสาย ต้องเดินทางกลับ แต่ไม่ได้กลับทางกระเช้า ต้องนั่งรถ 6 ล้อประจำทาง คราวนี้เป็นทางลงเขา ตื่นเต้นตลอดทาง เหมือนได้มาเล่นเครื่องเล่น extreme ตอนเช้า เหมือนเดิมต้องจับราวตลอด ในใจคิดถึงพุทธคุณและคุณงามความดีที่ได้มาสักการะ ขอให้รอดปลอดภัยถึงด้านล่าง

พอถึงด้านล่างก็เปลี่ยนเป็นรถของทัวร์ และเที่ยวชม วัดไจ้คะวาย เพื่อตักบาตรช่วงฉันเพล เป็นวัดที่มีพระภิกษุและสามเณรไป ศึกษาพระไตรปิฎกเป็นจำนวนมาก ทำให้คนส่วนใหญ่ชอบเอาสมุดหนังสือ เครื่องเขียนไปถวาย จากนั้นก็ต่อด้วย เจดีย์ไจ๊ปุ่น มีพระพุทธรูปปางประทับนั่งโดยรอบทั้ง 4ทิศ  และต่อด้วย พระพุทธไสยาสน์ เวตาเลียว เป็น พระพุทธรูปนอนที่ชาวพม่าเคารพนับถือ  ช่วงบ่ายเดินทาง เดินทางเข้าสู่เมืองย่างกุ้ง

Burmese2

สักการะ พระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี พระนอนตาหวานที่มีความยาว 55ฟุต สูง 16ฟุต

ช่วงเย็น ทัวร์พาไปนมัสการ พระมหาเจดีย์ชเวดากองเจดีย์ทองคำคู่บ้านคู่เมือง พม่าอายุกว่า 2500 กว่าปี ที่นี่เป็นอีกไฮไลทน์หนึ่งจุดที่ใช้เวลาพอสมควร และเช่นเดิม พุทธศาสนิกชน ล้นหลามมาก มีคนมาเดินจงกรม เดินเวียนเทียนไหว้พระ สวดมนต์ต่างๆ ที่จะแปลกตาคือ วัยรุ่นหนุ่มสาวพม่า มากันเป็นคู่ อาจจะเพราะที่นี่ไม่ได้มีห้างสรรพสินค้าเยอะเหมือนบ้านเรา วิถีชิวิตเลยแตกต่างจากไทย ไกด์เล่าว่า คนพม่าถ้าเป็นแฟนกันจะชอบพากันมาเที่ยวที่วัด

Burmese1

โรงแรมที่พักทางทัวร์จัดไว้ให้ดีเลยทีเดียว น่าจะเป็นระดับสี่ดาว นอนสบาย ช่วงเช้าสายบุญ เริ่มเดินทางต่อไป เมืองสีเรียม ชม พระเจดีย์เยเลพญา เป็นเจดีย์กลางน้ำ อายุกว่าพันปี ตอนบ่ายแวะขอพรกับ พระเทพทันใจ เทพเจ้าที่ชาวพม่านับถือมาก บ่ายแก่ๆ แวะ ตลาดสก๊อตขายของพื้นเมือง และของฝาก ซึ่งเป็นที่สุดท้าย ก่อนจบทัวร์ และบินกลับ ดอนเมืองจาก สนามบินนานาชาติมิงกาลาดง ในพม่า

Burmese4

Link


แชร์ไปให้โลกรู้
Show CommentsClose Comments

Leave a comment

I accept the Privacy Policy

error: Protected !! กดแชร์บทความจากเวบได้เลย รูปภาพและบทความมีลิขสิทธิ์นะจ๊ะ ติดต่อเราได้ที่ www.facebook.com/WanderlustOfficer